Thanin's profileTpuny's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 21

    สนทนาประสาครู

    สนทนาประสาครู (เรียบเรียงโดย : นายธานินทร์ ปัญญาวัฒนากุล ผอ.สพค.)

               วารสาร สพค.สาส์น เปิดคอลัมน์นี้ขึ้นมา เพื่อนำเนอสาระสำคัญในเชิงความคิดเห็นอันได้จากการสนทนาพูดคุยกับบุคคลในวงการศึกษา หรือสนใจงานด้านการศึกษา โดยสาระสำคัญดังกล่าวนั้นเกิดจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมากกว่าเป็นองค์วิชาจากตำราใดๆ โดยตรง

               สำหรับฉบับนี้จะได้นำเสนอประเด็นว่าด้วย มนุษย์กับการศึกษา ตามความคิดเห็นของอดีตอาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นพ่อครูต้นแบบทั้งด้านการพัฒนาความเข้มแข็งทางวิชาการและการดำเนินชีวิตในวิถีพอเพียงของผู้เรียบเรียง ในเบื้องต้นนี้ยังไม่ประสงค์จะขอเปิดเผยนามของท่านจึงขอใช้นามแฝงว่า พ่อครู แทน

     

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับ..คนส่วนมากมักจะเข้าใจว่า การศึกษา และ การเรียนรู้ เป็นเรื่องเดียวกัน

                 อาจารย์พอจะอธิบายขยายความถึงคำทั้งสองนี้ได้อย่างไรบ้างครับ

    พ่อครู :   ในเบื้องต้นต้องการทำความเข้าใจในเรื่องการศึกษากับการเรียนรู้ก่อน ดังนี้ เชื่อว่าการศึกษา

               เป็นเรื่องของมนุษย์ (โดยไม่รู้แน่ชัดว่าสัตว์อื่นบางประเภทจะมีการศึกษาตามแนวคิดนี้หรือไม่)

               แต่ การเรียนรู้ (การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม)เป็นเรื่องของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ

               ด้วยการศึกษาเป็นเรื่องงดงาม เหนือกว่าและลึกซึ้งกว่าการเรียนรู้ ซึ่งสัตว์โดยทั่วไปมีการ

               เรียนรู้ได้แต่อาจไม่มีการศึกษา มนุษย์จำเป็นต้องมีการศึกษา (การศึกษาเป็นเรื่องมุ่งไปสู่ความ

               ดีงามงดงามเป็นหลัก)การเรียนรู้บางเรื่องไม่ใช่เรื่องงดงามหรือมีคุณค่าในความเป็นมนุษย์จึง

               ไม่ใช่การศึกษา ดังนั้นการเรียนรู้จึงต้องกำกับด้วยคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้การเรียนรู้เกิด

               ความดีงามและมีคุณค่า (การศึกษา) การศึกษาจึงเป็นเรื่องที่ต้องคัดสรรแต่ส่วนที่ดีงาม

               (ในความเป็นมนุษย์)

     

               ด้วยเหตุดังกล่าวความรู้คู่คุณธรรมหรือให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าคุณธรรมนำความรู้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

               มาก เพราะคุณธรรมจะต้องกำกับการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่มีคุณธรรมกำกับจึงเรียกว่า

               การศึกษา การเรียนรู้ที่ไม่มีคุณธรรมกำกับไม่ควรว่าเรียกว่า การศึกษา  คุณธรรมที่แท้เป็น

               เรื่องของมโนสำนึกหรือจิตใจ แต่ความรู้เป็นเรื่องของสมองอันเป็นกลไกของการคิดเชิงระบบ

               ประสาทเป็นสำคัญ

     

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับ...การพัฒนาความสามารถของมนุษย์ก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเรียนรู้ก็ได้ใช่

                 หรือไม่ครับ

    พ่อครู :   หลายครั้งที่มนุษย์สับสนจึงไปพัฒนาความสามารถบางอย่าง ซึ่งไม่ควรเป็นความสามารถของ

               มนุษย์และไม่มีความจำเป็นสำหรับมนุษย์โดยตรง เช่น ความสามารถในการดำรงชีวิตด้วย

               ความเหี้ยมโหดเยี่ยงสัตว์ป่า รวมทั้งการแข่งขันที่มุ่งเอาชนะกันและกันจนเกินพอดี รวมทั้งการ

               พัฒนาความสามารถเพื่อการแข่งขันบางประเภทที่ชิงไหวชิงพริบและเอาเปรียบกัน กีฬาบาง

               ประเภทก็ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้หรือพัฒนาความสามารถของมนุษย์หากไม่ใช้ความสามารถ

               ที่งดงาม

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับ...ถ้าเช่นนั้นแล้วการศึกษามีกี่ประเภทครับที่มนุษย์ควรจะศึกษา

    พ่อครู :   ประเภทของการศึกษาที่มนุษย์ควรมี ในทุกประเภทและทุกระดับมี ๓ ประเภท ได้แก่

               ๑) การศึกษาเพื่อพัฒนาสำนึกที่ดีหรือจิตศึกษา  ๒) การศึกษาเพื่อการเรียนรู้เชิงสังคมใน

               ความหมายกว้าง และ ๓) การศึกษาเพื่อการงานหรือเพื่อการประกอบอาชีพ

     

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับ...การศึกษาประเภทแรกนั้นมีเป้าหมายอย่างไรครับ

    พ่อครู :   ประเภทแรก การศึกษาเพื่อพัฒนาสำนึกที่ดีหรือจิตศึกษา เป็นการศึกษาที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์

               โลกที่ประเสริฐ ดำเนินชีวิตโดยมีหลักธรรมประจำใจ โดยเฉพาะ อายชั่ว กลัวบาป ต่อการ

               กระทำทั้งหลาย ได้แก่ อายชั่ว กลัวบาป ก่อนลงมือกระทำ การศึกษาประเภทนี้อิงเรื่องของการ

               มีสติซึ่งสอนกันค่อนข้างยากแต่มีความจำเป็นต้องสอนให้เกิดสำนึก รู้แก่ใจตัวเอง ใช้ตัวเอง

               เป็นตัวกำหนดการกระทำที่ดีงาม เราอาจเรียก การศึกษาประเภทนี้ว่า การศึกษาเพื่อพัฒนาจิต

               วิญญาณ (Spiritual Education) การศึกษาประเภทนี้จึงมีความสำคัญมากและควรโยงไปสู่

               ความเชื่อเรื่องชีวิตโลกนี้และโลกหน้า บาปบุญคุณโทษ บ่อยครั้งที่การศึกษาสมัยใหม่เน้น

               การศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากเกินไป โดยละเลยเรื่องนี้ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายมากในสังคม

               ปัจจุบัน

                      

               มีข้อสังเกตว่าการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องได้รับการปรับปรุงให้ไปกันได้กับความเชื่อเรื่อง

               จิตวิญญาณ หรืออย่างน้อยไม่ขัดแย้งกัน หรือไม่นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งมีอีกสิ่งหนึ่งไม่มี

     

               การศึกษาในส่วนนี้นับเป็นเรื่องสำคัญที่จะไปกำกับการศึกษาเรื่องอื่นๆ และหยั่งลึกลงไปใน

               จิตใจของทุกคน ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และควรประยุกต์ให้สอดคล้อง

               กับหลักคำสอนของศาสนา เช่น ศาสนาพุทธเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และ

               อนาคตชาติก็สามารถประยุกต์ได้สำหรับการให้ผลระยะใกล้ เช่น เมื่อรับประทานอาหาร

               ก็เกิดผล     คือ อิ่ม ระยะกลาง ผลก็คือได้สารอาหาร ระยะไกลออกไปก็ คือ ร่างกาย

               เจริญเติบโต ฯลฯ หรือทำดีผลระยะใกล้คือรู้ว่าได้ทำดี ระยะไกลออกไป คือ ได้ผลแห่งความดี

               นั้น เช่น มีคนอื่นได้รับประโยชน์และระยะไกลข้ามภพข้ามชาติ คือ ได้บุญกุศลทำให้เสวยโลก

               ใหม่ที่ดีงาม เป็นต้น

     

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับ...แล้วการศึกษาประเภทที่สองมีความหมายอย่างไรและมีเป้าหมายอย่างไรครับ

    พ่อครู :   การศึกษาประเภทที่สอง เป็นการศึกษาเพื่อสังคมในความหมายกว้าง กล่าวได้ว่ามนุษย์มีฐานะ

               เฉพาะตัวเรียกว่า ปัจเจก และมีฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคม ซึ่งอาจเรียกว่าพลเมือง เป็นต้น

               มนุษย์จึงต้องเรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิตอย่างสันติในสังคม ซึ่งครอบคลุมการเรียนรู้หลายเรื่องที่

               เกี่ยวข้อง เช่น การสื่อสาร กฎหมาย จรรยา ฯลฯ

     

               ในระดับต้นๆ มนุษย์เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมในวงแคบ ในระดับที่สูงขึ้นควรขยายการ

               เรียนรู้ไปสู่วงกว้าง และลุ่มลึกยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การดำรงตนให้เป็นสมาชิกที่ดี

               ของสังคม ในอีกแง่มุมหนึ่งมนุษย์เป็นสมาชิกของสังคมในความหมายพิเศษด้วย เช่น ในสังคม

               เชิงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เป็นต้น มนุษย์จึงต้องเรียนรู้เพื่อปฏิบัติตนให้เหมาะสมต่อสิ่งแวดล้อม

               นอกเหนือจากการเรียนรู้เพื่อสันติภาพกับมนุษย์ด้วยกันเอง ในสังคมมนุษย์         มนุษย์ไม่พึง

               เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์และในสังคมแห่งสรรพสัตว์มนุษย์ไม่ควรเบียดเบียนตน และสรรพสัตว์

               อื่นๆ ในสังคมสรรพสิ่งมนุษย์ไม่ควรทำลายล้างสรรพสิ่งทั้งหลายอันเป็นองค์ประกอบของ

               ธรรมชาติมนุษย์ต้องรู้จักสร้างดุลยภาพ (รู้จักให้และรู้จักรับ) กับเพื่อนมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตร่วม

               โลกและกับสิ่งไม่มีชีวิตทั้งหลายที่เป็นองค์ประกอบของโลก และธรรมชาติด้วยเพื่อนำไปสู่

               การดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน

     

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับการศึกษาประเภทที่สามที่ว่าเป็นการศึกษาเพื่อการงานและการประกอบอาชีพมี

                 ความหมายอย่างไรครับ และจำเป็นต้องมีคุณธรรมมากำกับอย่างไรครับ

    พ่อครู :   การศึกษาประเภทที่สาม เป็นการศึกษาเพื่อการงานหรือเพื่อการประกอบอาชีพ มนุษย์จำเป็น

               ต้องประกอบการงาน การงานเหล่านั้นไม่ควรเน้นเฉพาะว่าเป็นที่มาของรายได้ แต่อาจเป็น

               ที่มาของประโยชน์ด้านอื่นอีกมากมายๆ เช่น เป็นการทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวเชิงกลไก

               มีการปลุกระบบประสาท มีการฝึกสติ พัฒนาจิตสำนึก ฯลฯ เช่นเดียวกับที่เซลอันเป็นส่วนย่อย

               ของชีวิตต้องมีกิจกรรมต่างๆ แต่การงานอีกลักษณะหนึ่ง นำมาซึ่งรายได้หรือปั้จจัยทาง

               เศรษฐกิจนั้นเป็นการงานในความหมายที่แคบแต่การงานเช่นนี้อาจมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์

               โดยทั่วไป แต่ต้องเป็นการงานที่สุจริต

     

               การศึกษาเพื่อการงานเป็นการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สามารถประกอบกิจการงานได้

               อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ต้นทุนน้อยแต่มีผลิตผลสูง โดยผลผลิตไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้ใน

               รูปแบบของทรัพย์สินเงินทองเท่านั้น แต่ควรครอบคลุม ผลได้ ในวงกว้างดังกล่าวแล้ว

               ในตอนต้น

     

               สำหรับการศึกษาระดับต้นๆ ควรเน้นให้มนุษย์ได้ทำงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อตนเอง สังคม

               วงแคบ เช่น ในครอบครัวแล้วขยายสู่สังคมวงกว้าง แต่ในระดับที่เป็นวิชาชีพชั้นสูงจึงควรขยาย

               ความเข้มข้นในด้านการแปรแรงงาน (แรงกาย/แรงใจ) เป็นทรัพย์สินหรือรายได้ที่ได้มาด้วย

               ความบริสุทธิ์และเป็นธรรมต่อสังคม

     

               สำหรับบุคคลบางประเภท เช่น นักบวช ย่อมมีการศึกษาเพื่อการงานเช่นนี้ด้วย แต่เป็นการงาน

               ที่ทำไปเพื่อเอาบุญ ไม่ใช่เพื่อทรัพย์สินเงินทอง หรือรายได้ หรือยศฐาบรรดาศักดิ์เยี่ยงรายได้

               จากการประกอบอาชีพของสัมมาชนโดยทั่วไป

      

    ผอ.สพค. : อาจารย์ครับแล้วอาชีพครูที่กล่าวว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงล่ะครับควรเป็นอย่างไรครับ

    พ่อครู :   สำหรับอาชีพครู การศึกษาเพื่อการงานและอาชีพไม่ควรเน้นการได้มาซึ่งรายได้

               ในเชิงค่าตอบแทนอย่างรุนแรงเกินไป แต่ควรอยู่สายกลางระหว่างการประกอบการงาน

               อันสุจริต เสียสละ กับการได้มาซึ่งรายได้ที่เหมาะสม ด้วยเหตุดังกล่าวการสอนพิเศษเพื่อมุ่งหา

               รายได้อย่างเอาเป็นเอาตายจึงเป็นเรื่องน่ารังเกียจ และการทำผลงานวิชาการเพื่อมุ่งให้ได้มาซึ่ง

               เงินประจำตำแหน่งหรือความมีศักดิ์ศรีของวิทยฐานะ โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าเชิงวิชาการของ

               กระบวนการทำผลงานที่ต้องมีความมุ่งมั่น ความอดทน ความรู้ ฯลฯ รวมทั้งผลิตผล คือ ตัว

               ผลงานนั้นที่จะต้องสะท้อนถึงผลการพัฒนาผู้เรียนจึงอยู่ในข่ายที่น่ารังเกียจด้วยเช่นกัน

     

               จากแนวคิดว่าด้วยการศึกษาที่ได้กล่าวมา เมื่อได้เห็นการจัดลำดับของความมุ่งหมายทาง

               การศึกษา เช่น ความมุ่งหมายของหลักสูตรระดับต่างๆ หรือแม้แต่การกำหนดวัตถุประสงค์ของ

               บทเรียน จึงไม่ค่อยเห็นด้วยที่นำความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ว่าด้วย คุณธรรม หรือ

               จิตพิสัย ไปอยู่ลำดับท้ายๆ เพราะจุดมุ่งหมายประเภทนี้ควรอยู่ลำดับต้นๆ หรือลำดับแรก

               มิฉะนั้นจะเรียกว่า คุณธรรมนำความรู้ ได้อย่างไร

     

    ผอ.สพค. : ท้ายที่สุดนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ได้กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาถ่ายทอด

                 ความรู้อันเป็นประโยชน์โดยรวมต่อการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาต่อไปครับ

                 ...ขอบพระคุณครับ

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://thanin14.spaces.live.com/blog/cns!1E5BCDF7F96C5C38!2515.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None